วันเสาร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2555

การเขียนรายงานเชิงวิชาการ

แบบฝึกหัดก่อนเรียน
1.      
2.
3.
4.
5.
6.
7.
8.
9.
10.


กิจกรรมที่ 1: ขณะที่ศึกษา "ลิลิตตะเลงพ่าย" และ "มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์กุมาร" แล้ว ท่านว่า เรื่องใดที่น่าสนใจ อยากค้นคว้า อยากศึกษาให้ลึกซึ้ง เพื่อให้รู้จริง ตอบเฉพาะชื่อเรื่อง ในเวลา 3 นาที
ตอบ
1.อาวุธที่พระนเรศวรใช้ในการทำศึก
        2.การทำยุธหัตถีของพระนเรศวร
        3.การแต่งกายของแม่ทัพในการออกศึก
        4.การแต่งกายของช้างในการออกศึก
        5.ความเชื่่อที่ปรากฎในเรื่องลิลิตตะเลงพ่าย
        6.คุณค่าของเรื่องลิลิตตะเลงพ่าย


กิจกรรมที่ 2 :ให้ท่านเลือกหัวข้อในกิจกรรมที่ 1 เพียงเรื่องเดียว แล้วฝึกเขียนจุดมุ่งหมาย พร้อมกำหนดขอบเขตของการศึกษา                                                                                                     
ตอบ จุดมุ่งหมาย: เพื่อศึกษาเกี่ยวกับการทำยุธหัตถีของพระนเรศวร
         ขอบเขต ในการศึกษาครั้งนี้ จะศึกษาจากหนังสือลิลิตตะเลงพ่าย และศึกษาจาก Internet                                                                            

กิจกรรมที่ 3 : จงอ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วบันทึกโดยนำความรู้ที่ศึกษามาใช้ กำหนดรูปแบบ  วิธีการเอง และอย่าลืม ระบุแหล่งข้อมูลด้วย
ตอบ สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงมีพระนิพนธ์ กล่าวถึงโลหปราสาท ไว้ว่า "โลหปราสาทนี้สมเด็จพระนั่งเกล้าอยู่หัว โปรดฯให้สร้างขึ้นเมื่อราวปีพุทธศักราช ๒๓๙๘ เหตุที่โปรดฯให้สร้างขึ้นนั้นเห็นจะเป็นเมื่อโปรดฯให้สร้าง วัดราชนัดดาราม พระราชทาน พระเจ้าลูกยาเธอพระองค์เจ้าโสมนัสวัฒนาวดีนั้นคงจะทรงพระราชดำริถึง พระเจดีย์ที่จะทรงสร้างประจำวัดอย่างที่พระราชดำริสร้างสำเภาวัดยานนาวา จึง โปรดฯให้สร้างโลหปราสาทแทนพระเจดีย์   ที่สร้างขึ้นในประเทศไทยนี้คิดแบบทรงสัณฐานตามความพอใจของคนไทย โลหปราสาทวัดราชนัดดาราม ได้รับการบูรณะกันสืบต่อมา จึงยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ และสง่างามมากในทุกวันนี้นับเปนปูชนียสถานสำคัญ และที่สำคัญคือ เป็น โลหปราสาทที่เหลืออยู่เพียงองค์เดียวในโลกเท่านั้น
       แหล่งอ้างอิง :    สกุลไทย ปีที่ ๔๐ ฉบับที่ ๒๐๕๓ (อังคารที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๗) : หน้า ๖๑



กิจกรรมที่ 4
1.
2.
3.
4.
5.


กิจกรรมที่ 5

1.
2.
3.
4.
5.


กิจกรรมที่ 6

1.การจัดเรียงรายละเอียดในแต่ละกลุ่มไม่ถูกต้อง
   ตอบ  1.ประทัป    วาทิตทินทร นครหลวงกรุงเทพธนบุรี,ร้อยกรอง สิทธา พินิจภูวดล ,โรงพิมพ์    มหาวิทยาลัยรามคำแหง : ๒๕๑๖
           2.บรรจบ พันธุเมธา สตรีสาร ๓๓, "นิทานนานาชาติ" (๒๔ สิงหาคม ๒๕๒๓)
           3.สมศิริ(นามแฝง) แพร่พิทยา,คู่มือเลี้ยงทารก กรุงเทพมหานคร : ๒๕๑๑
           4.สมศิริ(นามแฝง) แพร่พิทยา,คู่มือเลี้ยงทารก กรุงเทพมหานคร : ๒๕๑๑
           5.คึกฤทธิ์ ปราโมช , ม.ร.ว. "ซอยสวนพลู" ๗ (๒๗ กันยายน ๒๕๒๓) : สยามรัฐ
2.จงเรียงลำดับบรรณานุกรมแต่ละเล่มให้ถูกต้องโดยนำเสนอเฉพาะหมายเลข
   ตอบ
5 2 1 3 4
แบบทดสอบหลังเรียน
1.
2.
3.
4.
5.
6.
7.
8.
9.

วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Physics in our life


ฟ้าผ่า

    ฟ้าผ่าเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติโดยเริ่มจากการก่อตัวของเมฆฟ้าผ่า (CumulonimbusCloud)ที่มีทั้งประจุบวกและลบอยู่ในก้อนเมฆเมื่อการสะสมประจุมากขึ้นก็ทำให้ศักดาไฟฟ้าระหว่างก้อนเมฆกับพื้นดินมีการพัฒนาเพิ่มสูงขึ้นจนถึงจุดสูงสุดที่ทำให้เกิดการถ่ายเทประจุไฟฟ้าปริมาณมหาศาลระหว่างก้อนเมฆกับพื้น ดินที่เรียกว่า ฟ้าผ่า 


 การเกิดฟ้าผ่า
1. โดยปกติแล้วอากาศนั้นเป็นฉนวนไฟฟ้ามันจะไม่ยอมให้ประจุต่างๆ เคลื่อนที่ผ่านมันได้โดยง่ายดังนั้น เมื่อประจุไฟฟ้าบนเมฆจะเคลื่อนที่ลงสู่พื้นดิน จะต้องมีปริมาณ ที่สูงมากโดยประจุเหล่านี้จะสร้างความต่างศักย์ไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจะทำให้ อากาศซึ่งเป็นฉนวนไฟฟ้าแตกตัวเป็นไอออนชั่วคราว


2. อากาศที่แตกตัวนี้จะลักษณะเป็นท่อผอมๆ ยาวๆ โดยทั่วไปจะมีความยาวประมาณ 50 เมตร เมื่อท่อนี้เกิดขึ้นประจุก็จะมีการถ่ายเทไปอีกจุดหนึ่งเมื่อถ่ายเทเสร็จ แล้วจะทำให้เกิดการแตกตัวของอากาศที่ใหม่ ซึ่งมีลักษณะคล้ายๆ เดิมที่เป็นท่อ เล็กๆ ดังนั้นการเกิดขึ้นของฟ้าฝ่าจะเป็นไปใน ลักษณะทีละขั้นทีละขั้น โดยแต่ละขั้นจะใช้เวลาประมาณ 5 x 10-6 วินาที เนื่องจากแต่ละขั้นเกิดขึ้นเร็วมาก เราจึงเห็นการเกิดขึ้นของฟ้าผ่า เป็นเหตุ การณ์ต่อเนื่อง และ เกิดขึ้นเร็วมาก

3. แต่ละขั้นของการทำให้อากาศแตกตัวเป็นไออนนี้ ท่อดังกล่าวไม่จำเป็นต้องอยู่ในแนวดิ่งเสมอไปความจริงแล้วมันอยู่ในทิศทางไหนก็ได้ขึ้นอยู่กับค่าของการนำ ไฟฟ้าในอากาศซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพของอากาศในที่นั้นๆ ดังนั้นเราจึงเห็นฟ้าผ่าในรูปแบบต่างๆ มิใช่ฟ้าผ่าในแนว ดิ่ง แต่เป็นรูปร่าง ที่แตกกิ่งก้านสาขาไปอย่างสวยงาม

4. ฟ้าผ่าจะเกิดจากการเคลื่อนที่ของประจุลบที่อยู่ด้านล่างของเมฆรวมกันมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขนาดหนึ่ง แรงผลักระหว่างประจุลบบนก้อนเมฆจะผลักให้ประจุลบที่ผิวโลกแยกตัวออกจากประจุบวก จนทำให้ผิวโลกมีประจุเป็นบวกเพิ่มมากขึ้น

5. ประจุลบบนก้อนเมฆจะผลักกันเองและขณะเดียวกันจะถูกดูดโดยประจุบวกจากพื้นโลกจึงทำให้มีประจุลบเคลื่อนที่ลงสู่ผิวโลก เนื่องจากแรงผลักจากด้านบนและแรงดูดจากด้านล่าง ซึ่งก็คล้ายๆกับแรงผลัก-ดูดของขั่วแม่เหล็ก

6. ทำให้เกิดการเคลื่อนที่ของประจุลบจากก้อนเมฆลงสู่ดินและเกิดแสงขึ้นมาในขณะที่มันเคลื่อนที่ระหว่างก้อนเมฆกับพื้นโลกจะเคลื่อนที่อย่างเร็ว ทำให้เกิดทั้งเสียงและเปล่งแสงออกมาเราเรียกว่าฟ้าผ่า

หมายเหตุ ประจุบวกที่เกิดขึ้นในก้อนเมฆและบนพื้นโลกจะไม่เคลื่อนที เพราะมีมวลมากกว่าประจุลบมาก.

  






ข้อมูลจาก